ธรรมยาตรา เยือนถิ่นครูบาเมืองลี้: แนวทางการพัฒนาเส้นทาง ท่องเที่ยวเพื่อสักการะครูบาในเขตอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน

The Dhamma Pilgrim to visit Li Khrubas’ Place: The Developmental Approach to Tourism Route for Paying Homage to Khruba, Li District, Lam Phun Province

  • อาภากร ปัญโญ
  • ชัยวัฒน์ ต่อมดวงแก้ว
  • ประทีป พืชทองหลาง
Keywords: Dhamma Pilgrim, Developmental Approach, Religious Tourism, Khrubas

Abstract

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาประวัติของครูบาล้านนาที่มีถิ่นกำเนิดในเขตอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน 2) เพื่อศึกษาศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวเพื่อสักการะครูบาในเขตอำเภอลี้ 3) เพื่อเสนอแนวทางการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเพื่อสักการะครูบาในเขตอำเภอลี้ เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี ระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ พื้นที่วิจัย คือ วัดและศาสนสถานที่เคยเป็นที่จำพรรษาของครูบา 3 รูป ในอำเภอลี้ 3 แห่ง ได้แก่ วัดบ้านปาง วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม และวัดพระพุทธบาทผาหนาม กลุ่มตัวอย่าง 420 คน แบ่งเป็นนักท่องเที่ยว 400 คน ใช้วิธีคัดเลือกแบบบังเอิญ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 20 คน ใช้วิธีคัดเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือวิจัยมี 3 ชนิด คือ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ และสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณจากแบบสอบถามด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป สถิติที่ใช้ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพ ใช้การวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลจากการสัมภาษณ์และสนทนากลุ่ม แล้วเขียนบรรยายเชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า 1) อำเภอลี้เป็นถิ่นกำเนิดของครูบา 3 รูป คือ ครูบาเจ้าศรีวิชัยครูบาเจ้าอภิชัย (ขาวปี) และครูบาเจ้าชัยยะวงศาพัฒนา ซึ่งเป็นอริยสงฆ์ผู้เป็นที่เคารพนับถือของคนล้านนาและพุทธศาสนิกชนทั่วไป 2) วัดและศาสนาสถานทั้ง 2 แห่งมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนาสูง เพราะมีประวัติที่เกี่ยวเนื่องกับครูบาทั้ง 3 รูป มีประวัติศาสตร์ยาวนาน สถาปัตยกรรมที่งดงาม เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ตั้งอยู่ในภูมิศาสตร์ที่สวยงามและเป็นที่เคารพของประชาชน 3) แนวทางการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเพื่อสักการะครูบาในเขตอำเภอลี้ที่สำคัญ คือ (1) ด้านภาพลักษณ์ ควรสร้างภาพลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวผ่านสื่อสมัยใหม่เพื่อเป็นสิ่งดึงดูดใจนักท่องเที่ยว (2) ด้านกิจกรรม กำหนดกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับแหล่งท่องเที่ยวให้อยู่ในปฏิทินการท่องเที่ยวของจังหวัด โดยยังคงรักษารูปแบบ และพิธีกรรมเดิมไว้ (3) ด้านวิถีชีวิต ควรรักษาแบบแผนการดำเนินชีวิตของชาติพันธุ์ที่หลากหลายและเกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนาในพื้นที่ไว้ผ่านการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนมีส่วนร่วม
 This research aimed to: 1) study the profiles of Khrubas whose origins are in Li District, Lam Phun Province, 2) study the potentiality of the tourist sites for homage paying to Khrubas in Li District, and 3) to seek for the developmental approach to Tourism Route for Paying Homage to Khuba, Li District. This mixed research composed of the quantitative research and qualitative research. The research fields were the monasteries and the religious places in three districts, namely Wat Baanpang, Wat Phutthabat Huai Tom, and Wat Phra Phutthabat Pha Nam. A sample group consisted of 400 tourists were selected by way of accidental sampling and 20 participants were selected by way of purposive sampling. The research instruments were: the questionnaires, the interviews and the group discussions. Quantitative data were statistically analyzed yielding percentage, mean, standard
deviation. Qualitative data from the interviews and group discussions were analyzed by content analysis and presented via a descriptive report. Results revealed that 1) the Li District is the birth places of three Khrubas, namely, Khruba Chao Srivijaiya, Khruba Chao Apiichai (Khaow Pee) and Khruba Chaiyawongsa. They all have long been highly respected by Lanna people, 2) two monasteries and religious places had a long history associated with all three Khrubas. These places possess of such beautiful architectures,
the holy places located in the beautiful regions. They are also most respect respected by people, 3) the principal development approaches to Tourism Route for Paying Homage to Khuba, Li District were described as follows: (1) the image should be developed throughmodern technology to attract tourists, (2) The activities should be set and fixed with the annual tourist calendar of the province. But all activities should still preserve the formal  style and ceremony, and (3) the ways of life should preserve various ethnical ways of life, which concern Buddhism. This should be done through community participatory tourism management.

References

กมลวรรณ ถนอมเงิน. (2554). แนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกรณีศึกษา พระธาตุพนมจจำลอง อำเภอห้วยเม็ก จังหวัดกาฬสินธุ์. การค้นคว้าอิสระ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2549). การศึกษาทรัพยากรท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชนชาวมอญเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในจังหวัดปทุมธานี. วิทยานิพนธ์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

คณิตา นาคเสน่ห์. (2555). งานบูรณปฏิสังขรณ์เจดีย์โดยครูบาศรีวิชัยในจังหวัดเชียงใหม่. สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.

จรัส โฆษณานันท์. (2549). พระครูบาเจ้าศรีวิชัยอริยสงฆ์แห่งล้านนา. กรุงเทพมหานคร: เฟื่องฟ้า

ณัฐพล โอจรัสพร, “เหรียญครูบาศรีวิชัยทั่วไป” ในตามรอยจอบแรกครูบาศรีวิชัยปี พ.ศ. 2551.

นพวรรณ พรมเพ็ญ. (2558). การศึกษาพฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมประเภทต่างๆ ของจังหวัดสุโขทัย. ปริญญานิพนธ์ศิลปศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยนเรศวร.

ภัชรบถ ฤทธิ์เต็ม. (2556). รูปแบบการจัดการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรมในวัด.รายงานการวิจัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

สมชาย ธมฺมสาโร. (2555). ศึกษาบทบาทครูบาศรีวิชัย สิริวิชโยในฐานะนักบุญล้านนา กรณีศึกษาการบูรณปฏิสังขรณ์ศาสนสถานในล้านนา. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

สาธิมา แสนคา. (2555). แนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในเขตอำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด. วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

อรวิชญ์ กันตะยา. (2557). แนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของหมู่บ้านธาตุสบแวน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา. การค้นคว้าอิสระมหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

Cronbach, L. J. (1990). Essentials of Psychological testing ( 5th ed.). New York : Harper Collins Publishers.

Krejcie, R.V. & Morgan, D.W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement. 30(3), 607-610.

Published
2018-12-28