การศึกษาความเชื่อในหมอธรรมบ้านสามขา ตำบลสามขา อำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด

A Study of Belief in Modhum at Baan Samkha, Phonsai District, Roi-et Province

  • พระอภิชาติ พุทธญาโณ
  • ทักษิณาร์ ไกรราช
  • พระโสภณพัฒนบัณฑิต -
Keywords: หมอธรรม ความเชื่อ สังคมอีสาน, Modhum, Belief, Northeastern Region

Abstract

การศึกษาวิจัยเรื่อง “การศึกษาความเชื่อในหมอธรรมบ้านสามขา ตำบลสามขา อำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด” มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ (1) เพื่อศึกษาความเชื่อเรื่องหมอธรรมในบริบทสังคมอีสาน (2) เพื่อศึกษาความเชื่อเรื่องหมอธรรมและวิธีปฏิบัติตนของหมอธรรมบ้านสามขา ตำบลสามขา อำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด (3) เพื่อวิเคราะห์หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาที่ปรากฏในหมอธรรม บ้านสามขา ตำบลสามขา อำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด ผลการวิจัยพบว่า ความเชื่อเรื่องหมอธรรมในบริบทสังคมอีสาน หมอธรรมเป็นหมอพื้นบ้านประเภทหนึ่ง ที่ผ่านการเรียนเวทมนตร์คาถาอาคม โดยปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัดตามข้อกำหนดและข้อห้ามที่ครูบาอาจารย์สั่งสอน ชาวอีสานมีความเชื่อและนับถือหมอธรรมเสมือนพระสงฆ์รูปหนึ่งที่ชาวบ้านให้ความเคารพและยำเกรงและเชื่อว่าหมอธรรมช่วยคุ้มครองพวกตนให้พ้นภัยอันตรายจากสิ่งเหนือธรรมชาติ

ที่มองไม่เห็น นอกจากนี้หมอธรรมยังมีหน้าที่ดูแลรักษาสุขภาพของคนในชุมชนอีสาน ดังนั้นหมอธรรมจึงทำหน้าที่เป็นที่พึ่งทั้งทางใจและทางกายแก่บุคคลทั่วไปในชุมชน สำหรับความเชื่อเรื่องหมอธรรมและวิธีปฏิบัติตนของหมอธรรมบ้านสามขา ตำบลสามขา อำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ดชาวบ้านสามขามีความเชื่อต่อหมอธรรมว่าเป็นบุคคลที่ปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดีต่อชุมชนหมอธรรมเป็นคนมีศีลมีธรรมปฏิบัติตามศีล 5 อย่างเคร่งครัด หมอธรรมจึงเป็นบุคคลที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถืออย่างยิ่ง นอกจากนี้หมอธรรมยังสามารถขจัดปัดเป่าผีร้ายได้ทุกประเภท เช่น ผีปอบ ผีโพลง ผีกระสือ ผีเป้า เป็นต้น ดังนั้นเมื่อเกิดการเจ็บป่วยซึ่งเชื่อว่ามีสาเหตุมาจาก การถูกผีร้ายกระทำ ชาวบ้านจึงมักมาให้หมอธรรมผูกฝ้าย รดนำมนต์ ใช้เวทมนตร์ ขจัดปัดเป่าผีร้ายออกไปหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาที่ปรากฏในหมอธรรม บ้านสามขา อำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ดนั้นพบว่า โดยปกติหมอธรรมปฏิบัติตนอยู่ในหลักของจริยธรรมและศีลธรรม โดยต้องปฏิบัติตามศีล 5 ข้อ เป็นอย่างน้อยและจะต้องปฏิบัติตามข้อขะลำหรือข้อห้ามที่ครูอาจารย์สั่งสอน เพราะเชื่อว่าจะเกิดความวิบัติหรือความเสื่อมตามมา และอาจได้รับผลร้าย เช่น กลายเป็นผีปอบ เป็นต้น นอกจากนี้ ในบางขั้นตอนของพิธีกรรมหมอธรรมจะมีการสั่งสอนลูกศิษย์ ให้ปฏิบัติตามศีล 5 ได้แก่ไม่กินเนื้อสัตว์ใหญ่ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ผิดลูกผิดเมียผู้อื่น ไม่พูดปด ไม่ดื่มสุราของมึนเมา และให้มีพรหมวิหาร 4 ได้แก่ มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา รวมถึงให้มีสังคหวัตถุ 4 ได้แก่ ทาน การให้ทาน ปิยวาจา การพูดจาดี อัตถจริยา การสงเคราะห์ และสมานัตตา การมีความสม่ำเสมอ เพื่อควบคุมพฤติกรรมคนใน ชุมชนให้มีความสงบสุข


A Study of Belief in Modhum (is a northeast of Thailand medical knowledge, this medical knowledge is a specific treatment for the patience who believe that they have been hunted by the dark spirit) at Baan Samkha, Phosai District, Roi-et Provice” aims to 1) study the social doctrine of Modhum in the northeastern of Thai context, 2) study the beliefs and practices of Modhum in the area, and 3) analyze the teachings of Buddhism that appeared in Modhum. This research is a qualitative research focusing on field data collection with in depth interview, and presents its findings by way of descriptive analysis. The findings show that the belief of Modhum in the northeastern context is one of the traditional doctors who have learned and practiced magic that strictly abided on the requirements and prohibitions that teachers had taught. Northeastern people have a strong belief and respect to Modhum as they do with a monk. People believe that Modhum can protect them against all dangers of supernatural things. In addition, Modhum also serves as a sanctuary for the maintenance of body and mind to everyone in the community. For the belief and the practice about Modhum in the area, local people
believe that Modhum is a person who behaves as a good example for the community as they follows five precepts strictly. Additionally, Modhum can also dispel all types of evils. Any illnesses are believed to have been caused by the actions of evils. Therefore, people often come to Modhum to receive some magic holy water to dispel evils away. Results underlying the teachings of Buddhism appeared in Modhum reveal that Modhum must at least follow the five precepts to preserve traditional ethic. Also they must comply with the prohibitions on teachers’ teachings. As they believe that if they do not follow the teachings, they might encounter the failure or deterioration that may turn themselves evil ones. Also, some of the ritualistic steps Modhum needs to teach his disciples to follow the five precepts, such as abstain from eating meat, abstain from taking what is not given or stealing, abstain from sexual misconduct, abstain from telling lies, abstain from intoxicants or harmful substances and the four sublime states of mind, that is, loving-kindness, compassion, sympathetic joy and equanimity. Including, four Sangahavatthu, namely, Dana (giving), Piyavaca (kindly speech), Atthacariya (useful conduct), and Samanattata (equality consisting in impartiality).

References

กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม. (2552). พิธีกรรมและประเพณี. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.

ดนัย ไชยโยธา. (2538). ลัทธิ ศาสนา และระบบความเชื่อกับประเพณีนิยมในท้องถิ่น. กรุงเทพมหานคร: โอ. เอส. พริ้นติ้ง เฮ้าส์.

สุวิทย์ ทองศรีเกตุ. (2523). การศึกษาวิเคราะห์อิทธิพลของศาสนาพราหมณ์ที่มีต่อพฤติกรรมทางศาสนาของพุทธศาสนิกชนในจังหวัดนครศรีธรรมราช. วิทยานิพนธ์อักษรศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหิดล.

วิเชียร พลหาญ. (2534). ศึกษาหมอธรรม : ศึกษาเฉพาะกรณีอำเภอเมืองจังหวัดมหาสารคาม. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

มณี พะยอมยงค์. (2528). วัฒนธรรมพื้นบ้าน : คติความเชื่อ. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

วีรวรรณ มูลต้น. (2543). กระบวนการรักษาโรคด้วยวิธีไสยศาสตร์ของวัดขวัญเมืองระบือธรรม อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

สมใจ ศรีหล้า. (2535). หมอธรรมกับการรักษาพยาบาลพื้นบ้าน. วิทยานิพนธ์มานุษยวิทยามหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

เสรี พงศ์พิศ. (2549). ไสยศาสตร์ในสังคมไทย. เอกสารการสอนชุดวิชาความเชื่อและศาสนาในสังคมไทย. พิมพ์ครั้งที่ 8. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

Published
2018-12-28