jprkku journals https://jprkku.com/index.php/jprkku <p style="margin: 0cm; margin-bottom: .0001pt;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Cordia New','sans-serif';">เกี่ยวกับวารสารปรัชญาและศาสนา มหาวิทยาลัยขอนแก่น</span></p> <p style="margin: 0cm; margin-bottom: .0001pt;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Cordia New','sans-serif';">-------------------</span></p> <p style="margin: 0cm; margin-bottom: .0001pt;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Cordia New','sans-serif';">วารสารปรัชญาและศาสนามหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นวารสารวิชาการ ด้านปรัชญาและศาสนา มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่การศึกษา ค้นคว้าและการวิจัยด้านปรัชญาและศาสนา และเพื่อเป็นสื่อกลางในการแลก เปลี่ยนความรู้และความคิดทางวิชาการด้านปรัชญาและศาสนาในการเผยแพร่ ผลงานวิชาการแก่นักวิจัย นักวิชาการ และคณาจารย์ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ วารสารมีกำหนดการออกปีละ</span><span style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Cordia New','sans-serif';">2 <span lang="TH">ฉบับ (ราย</span>6<span lang="TH">เดือน) ทุกบทความที่ตีพิมพ์เผยแพร่ ได้ผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อย </span>2 <span lang="TH">ท่าน เนื้อหาของบทความต้องเกี่ยวข้องกับปรัชญาและศาสนา และประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเปิดรับบทความทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ</span> </span></p> <p style="margin: 0cm; margin-bottom: .0001pt;"><span style="white-space: pre-wrap;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Cordia New','sans-serif';">บทความที่ส่งมาขอรับการตีพิมพ์ในวารสารปรัชญาและศาสนา มหาวิทยาลัยขอนแก่นจะต้องไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ในระหว่างการพิจารณาจาก ผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น ผู้เขียนจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ การเสนอบทความวิชาการหรือบทความวิจัยเพื่อตีพิมพ์ในวารสารปรัชญา และศาสนา มหาวิทยาลัยขอนแก่นอย่างเคร่งครัด รวมทั้งระบบอ้างอิงต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของวารสาร </span></span><span style="white-space: pre-wrap;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Cordia New','sans-serif';">ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความวารสารปรัชญาและศาสนา มหาวิทยาลัยขอนแก่น ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสารปรัชญา และศาสนามหาวิทยาลัยขอนแก่น และคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น</span></span></p> <p style="margin-bottom: .0001pt; tab-stops: 100.5pt;"><span style="font-size: 16.0pt; line-height: 107%; font-family: 'Cordia New','sans-serif';">&nbsp;</span></p> <p style="margin: 0cm; margin-bottom: .0001pt;"><span style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Cordia New','sans-serif';">ABOUT JOURNAL OF PHILOSOPHY AND RELIGION KHON KAEN UNIVERSITY</span></p> <p style="margin: 0cm; margin-bottom: .0001pt;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Cordia New','sans-serif';">-------------------</span></p> <p style="margin: 0cm; margin-bottom: .0001pt;"><span style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Cordia New','sans-serif';">Journal of Philosophy and Religion Khon Kaen University is the academic journal in the field of philosophy and religion. Its aims to promote and publicize research in the field of philosophy and religion, and to be the stage of exchanging knowledge and academicians and lectures in Thailand and overseas. This journal is published biannually in hard copies. All the articles published are peer-reviewed by at least two experts. The contents of the article should be related to the field of philosophy and religion.</span></p> <p style="margin: 0cm; margin-bottom: .0001pt;"><span style="white-space: pre-wrap;"><span style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Cordia New','sans-serif';">The article submitted to Journal of Philosophy and Religion Khon Kaen University should not have been previously published or should not be in consideration of other journals for publication, The authors should strictly follow the guidelines (including the referencing format) for the publication of scholarly articles or research articles for publication in Journal of Philosophy and Religion. </span></span><span style="white-space: pre-wrap;"><span style="font-size: 16.0pt; font-family: 'Cordia New','sans-serif';">Views and opinions expressed in the articles published in Journal of Philosophy and<br>Religion Khon Kaen University are the responsibility of the authors, are not under responsibility of the editors and do not necessarily reflect those of the editorial board.</span></span><span style="font-size: 16.0pt; line-height: 107%; font-family: 'Cordia New','sans-serif';">&nbsp;</span></p> สาขาวิชาปรัชญาและศาสนา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น en-US jprkku journals 2465-5155 รายละเอียดประจำฉบับ https://jprkku.com/index.php/jprkku/article/view/30 <p>-</p> admin admin ##submission.copyrightStatement## 2019-06-28 2019-06-28 4 1 วิธีการบริหารจัดการวัดแผ่นสะหรีศรีเมืองแกน เพื่อการท่องเที่ยว https://jprkku.com/index.php/jprkku/article/view/26 <p style="margin-top: 0cm;"><span lang="TH" style="font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; color: #838300;">การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิธีการบริหารจัดการวัดเด่นสะหรี ศรีเมืองแกน เพื่อการท่องเที่ยว เป็นการวิธีวิจัยทางคุณภาพ โดยการศึกษาข้อมูล เชิงเอกสาร และการสัมภาษณ์เชิงลึก แบ่งออกเป็นสัมภาษณ์พระภิกษุ </span><span style="font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif'; color: #838300;">3 <span lang="TH">รูป นักท่องเที่ยวจำนวน </span>10 <span lang="TH">คน คนในชุมชน </span>2 <span lang="TH">คน รวมทั้งหมด </span>15 <span lang="TH">คน ผลการวิจัย พบว่า วัดมีวิธีการบริหารการจัดการ </span>7 <span lang="TH">ด้านคือ </span>1 <span lang="TH">การวางแผน </span>2. <span lang="TH">การจัดองค์การ </span>3. <span lang="TH">การจัดบุคลากรปฏิบัติงาน </span>4. <span lang="TH">การอำนวยการ </span>5. <span lang="TH">การประสานงาน </span>6. <span lang="TH">การรายงาน </span>7. <span lang="TH">การงบประมาณ</span></span></p> ผศ.ดร.กรรณิกา คำดี ##submission.copyrightStatement## 2019-06-28 2019-06-28 4 1 22 34 ความแตกต่างระหว่างวิธีการปฏิพัฒนาการของเฮเกลกันมากซ์ https://jprkku.com/index.php/jprkku/article/view/27 <p><span style="font-weight: 400;">การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษากฎและวิธีการ ปฏิพัฒนาการ ตามทรรศนะของเฮเกล และมากซ์ 2) เพื่อศึกษาความแตกต่างระหว่าง วิธีการปฏิพัฒนาการของเฮเกลกับมากซ์&nbsp;</span><span style="font-weight: 400;">งานวิจัยเอกสารนี้ได้ศึกษาวิจัยข้อมูลจากผลงานเขียนต่างๆ ของเฮเกล และ มากซ์ที่เกี่ยวกับ กฎปฏิพัฒนาการ รวมทั้งผลงานเขียนของบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง แล้วนําข้อมูลที่ได้จากการศึกษาวิจัยมาทําการวิเคราะห์และเปรียบเทียบเพื่อให้เห็น ความแตกต่างของที่มาของแนวคิด และวิธีการประยุกต์ใช้&nbsp;</span><span style="font-weight: 400;">ผลการศึกษาวิจัยพบว่า กฎปฏิพัฒนาการ ตามทรรศนะของเฮเกล และ มากซ์ เป็นกฎที่ว่าด้วยเรื่องการเคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลง และการพัฒนาของ สรรพสิ่ง โดยมีสาเหตุมูลฐานมาจาก ความขัดแย้งภายในสรรพสิ่งนั้นๆ วิธีการ ปฏิพัฒนาการ ตามทรรศนะของเฮเกล และมากซ์ นั้น เป็นกระบวนการวิเคราะห์ การเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง และการพัฒนาของสรรพสิงโดยถือเอาความขัดแย้ง ที่มีอยู่ในสรรพสิ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่สําคัญของกระบวนการ ความแตกต่างระหว่าง วิธีการปฏิพัฒนาการ ของเฮเกลกับมากซ์นั้น อยู่ที่ความแตกต่างของโลกทัศน์ ทางปรัชญา โดยโลกทัศน์ปรัชญาของเฮเกลเป็นแนวจิตนิยมภววิสัย ขณะที่มากซ์เป็น แนววัตถุนิยมภววิสัย ดังนั้น องค์ประกอบและขั้นตอนในกระบวนการปฏิพัฒนาการ ของทั้งสองจึงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ใน 5 ด้าน คือ ด้านรูปแบบและทิศทาง การเคลื่อนไหวของกระบวนการ ด้านองค์ประกอบที่เป็นพลังผลักดันให้ เกิดกระบวนการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง ด้านขอบเขตด้านเป้าหมายและด้านการ ใช้เหตุผลประกอบในกระบวนการ</span></p> ไพรัตน์ ดอนไพร ผศ.ดร.หอมหวล บัวระภา ##submission.copyrightStatement## 2019-06-28 2019-06-28 4 1 35 51 การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักบุญกิริยาวัตถุ 3 ของอุบาสกอุบาสิกาบ้านหนองคูม่วน อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม https://jprkku.com/index.php/jprkku/article/view/25 <p style="margin-top: 0cm;"><span lang="TH" style="font-size: 16.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ </span><span style="font-size: 16.0pt; font-family: 'TH Sarabun New','sans-serif';">1) <span lang="TH">เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหาในการ พัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักบุญกิริยาวัตถุ </span>3 <span lang="TH">ของอุบาสกอุบาสิกา บ้านหนองคูม่วง ตำบลหนองไฮ อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคามและ </span>2) <span lang="TH">เพื่อศึกษาผลการพัฒนา คุณภาพชีวิตตามหลักบุญกิริยาวัตถุอุบาสกอุบาสิกาบ้านหนองคูม่วง ตำบลหนองไฮ อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคามงานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยศึกษา จากเอกสารและศึกษาจากภาคสนามด้วยการการสังเกตแบบมีส่วนร่วมและการ สัมภาษณ์เชิงลึก ส่วนเครื่องมือที่ใช้คือแบบสังเกต และแบบสัมภาษณ์หลังจากนั้น นำมาวิธีวิเคราะห์เชิงพรรณนา</span> ผลการวิจัยพบว่าสภาพปัจจุบันและปัญหาในการพัฒนาคุณภาพชีวิตตาม หลักบุญกิริยาวัตถุ </span>3 <span lang="TH">ของอุบาสกอุบาสิกา บ้านหนองคูม่วง พบปัญหา </span>3 <span lang="TH">ด้าน ได้แก่</span> ด้านบุคคล ครอบครัว และสังคม 1) <span lang="TH">ปัญหาด้านบุคคล ส่วนใหญ่มีความวิตกกังวล เกี่ยวกับผลผลิตที่ไม่ได้ตามที่ต้องการ ปัญหาหนี้สิน </span>2) <span lang="TH">ปัญหาด้านครอบครัว ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในครอบครัว โดยเฉพาะระหว่างสามีภรรยาจนนำไปสู่การหย่าร้างของหลายๆ ครอบครัว </span>3) <span lang="TH">ปัญหาด้านสังคม ปัญหาสำคัญคือปัญหายา เสพติด จากความอยากรู้อยากลองของเด็กและเยาวชน จากการขาดการดูแลใจใส่ ของผู้ปกครองจากสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการติดยาเสพติด</span> ผลจากการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักบุญกิริยาวัตถุ 3 <span lang="TH">อุบาสก อุบาสิกาบ้านหนองคูม่วง ประกอบด้วยเนื้อหาเกี่ยวกับ </span>1) <span lang="TH">การทำบุญด้วยการให้ทาน หรือการสละเพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่น </span>2) <span lang="TH">การปฏิบัติถือศีล เพื่อควบคุมกาย วาจา และใจ ให้บริสุทธิ์มีความสงบ ขจัดและลดกิเลส และความโกรธ พร้อมสร้างบุญใหม่ และ </span>3) <span lang="TH">การทำบุญด้วยการภาวนา คือ ทำให้สภาพทางจิตใจมีความพร้อมในการ รับรู้การจำ การคิดวิเคราะห์ และการเห็นแจ้ง พร้อมมั่นฝึกพัฒนาจิตด้วยการภาวนา อยู่เป็นนิจ โดยจัดกิจกรรมดังกล่าวเป็นเวลา </span>2 <span lang="TH">วัน และติดตามหลังจัดกิจกรรม เป็นเวลา </span>3 <span lang="TH">เดือน ผลพบว่า ผลการจัดกิจกรรมดังกล่าวก่อให้เกิดผลที่ดีต่อบุคคล คือ การแก้ปัญหาของตนเองชาวบ้านใช้ศีลเป็นเครื่องระงับปัญหา ซึ่งจะส่งผลกระทบ ต่อตนเองและคนอื่นเป็นอย่างมาก ผลที่ดีต่อครอบครัว คือ สมาชิกในครอบครัว มีสัมมาทิฏฐิอย่างแท้จริงการที่คนเราจะมีสัมมาทิฏฐิได้จริง ก็เพราะได้รับการอบรม บ่มนิสัยในชีวิตประจำวันมาตั้งแต่เยาว์วัย ในด้านการปฏิบัติ ทาน ศีล ภาวนา อย่าง สม่ำเสมอ และผลที่ดีต่อสังคม คือ มีจิตที่เป็นสาธารณะและให้ความเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ในชุมชนมากขึ้น ชาวบ้านมีการให้ทาน การสละ หรือการเผื่อแผ่แบ่งปัน ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง ข้าวของเครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใด จึงกล่าวได้ว่าการนำหลักบุญ กิริยาวัตถุ </span>3 <span lang="TH">สามารถช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตคนในชุมชนบ้านหนองคูม่วง ตำบล หนองไฮ อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคามให้ดีขึ้น</span></p> พระธนโชติ จนฺทโชโต พระโสภณพัฒนบัณฑิต - ##submission.copyrightStatement## 2019-06-28 2019-06-28 4 1 1 21 การพินิจพิเคราะห์ระบบความคิดระบบญาณวิทยาของนยายะสานทัศนะปัญญานิยม https://jprkku.com/index.php/jprkku/article/view/28 <p><span style="font-weight: 400;">ปรัชญาอินเดียสํานักนยายะ ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาปัญญาและจิตใจ เป็นอย่างมาก ซึ่งมีความสอดคล้องกับสกุลความคิดปัญญานิยมของตะวันตกที่มี จุดริเริ่มมาจากปรัชญากรีกโบราณ และพัฒนามาสู่แนวคิดทฤษฎีของจิตวิทยาการ รู้คิด บทความนี้มีเป้าหมายเพื่อยืนยันว่าท่าที่แบบปัญญานิยมก็เป็นสิ่งที่มีอยู่ใน ปรัชญาอินเดียโบราณ และเสนอการตีความระบบความคิดเชิงญาณวิทยาของ นยายะ ผ่านการสร้างแบบจำลองของโครงสร้างการรู้คิด โดยพบว่า โครงสร้างการรู้ คิดของนยายะ มีด้วยกัน 4 รูปแบบ ได้แก่การรู้คิดเชิงประจักษ์ การรู้คิดเชิงอนุมาน การรู้คิดเชิงอุปมาน และการรู้คิดเชิงศัพทประมาณ อีกทั้งโครงสร้างการรู้คิดทั้ง 4 รูปแบบ ยังสัมพันธ์สอดคล้องต่อการพัฒนามนุษยภาวะ และศีลธรรมอย่างมีนัยสําคัญ</span></p> สรายุทธ เลิศปัจฉิมนันท์ ##submission.copyrightStatement## 2019-06-28 2019-06-28 4 1 52 74 มุมมอบทางพุทธจริยศาสตร์ต่อการบริจาคพระโอรสพระธิดาและพระชายาของพระเวสสันดร https://jprkku.com/index.php/jprkku/article/view/29 <p><span style="font-weight: 400;">บทความเรื่องนี้มุ่งศึกษาวิเคราะห์และตีความประเด็นการพระราชทาน พระโอรส พระธิดา และพระชายาให้เป็นทานของพระเวสสันดร ว่ามีความชอบธรรม และขัดต่อหลักจริยศาสตร์หรือไม่อย่างไร ทั้งนี้ก็เพื่อวิเคราะห์หาเหตุผลของการ บําเพ็ญทานบารมีครั้งยิ่งใหญ่ของพระโพธิสัตว์ เพื่อทําความเข้าใจให้ถูกต้องกับ ผู้ที่ยังเคลือบแคลงสงสัยต่อการกระทําอันแสนยากเข็ญสําหรับมนุษย์ปุถุชนทั่วไป แต่พระเวสสันดรพระองค์ทรงสามารถทําได้</span><span style="font-weight: 400;">มุมมองทางพุทธจริยศาสตร์ต่อประเด็นดังกล่าว สรุปได้ว่า สิ่งที่ดีที่สุด ในอุดมคติของพระเวสสันดร คือพระโพธิญาณในภพชาติเบื้องหน้า การบริจาค ดังกล่าวจึงถือว่าเป็นการกระทําที่ถูกเพราะอยู่บนพื้นฐานของกุศลมูล พระองค์เองก็ มิได้ติเตียนตนเองว่ากระทําเกินกว่าเหตุ แต่กลับมีความเต็มใจพอใจและยินดี ในการให้ทุกครั้ง ไม่ใช่การเบียดเบียนตนเองหรือล่วงละเมิดสิทธิเสรีภาพของคนอื่น เพราะในสมัยนั้นสังคมส่วนใหญ่ยอมรับกันว่า ผู้เป็นบิดามารดาหรือสามีย่อมมีสิทธิ ขาดในบุตรธิดาและภรรยาของตน พระเวสสันดรไม่ได้ทรงบริจาคเพราะ ความเห็นแก่ตัวหรือต้องการผลประโยชน์ให้กับตนเอง แต่พระองค์ทรงมุ่งตรงสู่การ</span><span style="font-weight: 400;">ได้พระโพธิญาณ และเป็นไปเพื่อประโยชน์แห่งการหลุดพ้นจากทุกข์ของมวลมนุษย์ การบําเพ็ญทานบารมีด้วยวิธีดังกล่าวถือว่าเป็นประเพณีหรือหลักปฏิบัติที่ พระโพธิสัตว์ทั้งหลายจะพึงกระทํา</span><span style="font-weight: 400;">การบริจาคดังกล่าวจึงถือว่ามีความชอบธรรม ไม่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน หรือหลักจริยศาสตร์อื่นใด เพราะทรงทําไปด้วยเมตตาธรรม มโนธรรม และจิตสํานึก ของความเป็นพระโพธิสัตว์ เหล่านักปราชญ์ราชบัณฑิตทั้งหลายไม่ติเตียน แต่กลับ ยกย่องสรรเสริญในกุศลเจตนาอันยิ่งใหญ่ยากที่จะมีผู้ใดทัดเทียมได้</span></p> รศ.ดร.วรกฤต เถื่อนช้าง ยรรยง ลันลอด ##submission.copyrightStatement## 2019-06-28 2019-06-28 4 1 75 102 บาปลับนักเศรษฐศาสตร์ https://jprkku.com/index.php/jprkku/article/view/32 <p>-</p> นรชิต จิรสัทธรรม ##submission.copyrightStatement## 2019-06-28 2019-06-28 4 1 103 110 คำแนะนำสำหรับผู้ส่งบทความ https://jprkku.com/index.php/jprkku/article/view/31 <p>-</p> admin admin ##submission.copyrightStatement## 2019-06-28 2019-06-28 4 1